ฮีโรจอประสาทตาฮีโรจอประสาทตา

เบาหวานขึ้นจอประสาทตา

‘โรคเงียบ’ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน

เบาหวานขึ้นจอประสาทตาคือภาวะแทรกซ้อนสำคัญของเบาหวาน ที่น้ำตาลในเลือดสูงทำลายหลอดเลือด จอประสาทตาและค่อย ๆ พรากการมองเห็นไป

ระยะแรกแทบไม่มีอาการจึงรู้ตัวได้ยาก
หากได้รับวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน ไม่ว่าจะมีอาการหรือไม่
จำเป็นต้องตรวจตากับจักษุแพทย์เป็นประจำ

ชนิดของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

ชนิดไม่มีหลอดเลือดงอกใหม่ (ระยะแรก–กลาง)
เบาหวานขึ้นจอประสาทตาชนิดไม่มีหลอดเลือดงอกใหม่

ระยะที่หลอดเลือดฝอยของจอประสาทตาอ่อนแอ
เกิดเลือดออก สารซึม และอาการบวม
การมองเห็นลดลงเพียงเล็กน้อย แต่หากมี ‘จุดภาพชัดบวม’ ร่วม
การมองเห็นอาจแย่ลงฉับพลันได้
การติดตามกับแพทย์เฉพาะทางเป็นประจำ
และการคุมน้ำตาลจึงสำคัญที่สุด

ชนิดมีหลอดเลือดงอกใหม่ (ระยะท้าย)
เบาหวานขึ้นจอประสาทตาชนิดมีหลอดเลือดงอกใหม่

ภาวะเสี่ยงสูงที่เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาไม่เพียงพอ
จน ‘หลอดเลือดใหม่’ ที่ผิดปกติงอกขึ้น
หลอดเลือดเหล่านี้เปราะบางแตกง่าย ทำให้เลือดออกในวุ้นตา
หรือจอประสาทตาลอก
จนถึงขั้นตาบอดได้
จึงต้องรักษาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ

สาเหตุของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

ภาวะแทรกซ้อนสำคัญที่พบในผู้ป่วยเบาหวาน
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามการคุมน้ำตาล
และสุขภาพหลอดเลือด

สาเหตุของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

ระยะเวลาที่เป็นเบาหวาน

ยิ่งเป็นเบาหวานนานยิ่งพบได้บ่อยขึ้น
(พบราว 60–70% ขึ้นไปของผู้ป่วย
ที่เป็นเบาหวานเกิน 15 ปี)

การคุมน้ำตาลที่ไม่คงที่

ยิ่งระดับน้ำตาลแกว่งมาก
หลอดเลือดจอประสาทตายิ่งเสียหายเร็วขึ้น

ปัจจัยอื่น ๆ

ความดันสูง ไขมันสูง โรคไต การตั้งครรภ์ การสูบบุหรี่
ล้วนกระทบสุขภาพหลอดเลือด
และทำให้เบาหวานขึ้นจอประสาทตาแย่ลง

อาการหลักของเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

1

การมองเห็นลดลง

เห็นภาพขุ่นมัวพร่าเลือน
เหมือนมีหมอกบัง

2

วุ้นในตาเสื่อม

รู้สึกเหมือนมีฝุ่นหรือแมลง
ลอยไปมาตรงหน้า

3

เห็นภาพบิดเบี้ยว

วัตถุดูบิดเบี้ยว
หรือเส้นตรงดูโค้งงอ

4

เห็นแสงวาบ

เห็นแสงวาบวับ
แม้ขณะหลับตา

5

ลานสายตาบกพร่อง

บางส่วนของภาพมืดดำ
เหมือนมีม่านบังอยู่

6

ความดันตาสูงขึ้น

อาจมีอาการปวดตา ปวดหัว
คลื่นไส้ร่วมด้วย

การรักษาเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

01·04

การใช้ยาและติดตามอาการ

ระยะแรกที่ยังไม่มีหลอดเลือดงอกใหม่ เน้นคุมน้ำตาล
ควบคู่กับการคุมความดันอย่างเคร่งครัด
และตรวจจอประสาทตาเป็นประจำทุก 3–6 เดือน

รักษาด้วยเลเซอร์ (pan-retinal photocoagulation)

ยิงเลเซอร์บริเวณจอประสาทตารอบนอก
ยกเว้นส่วนกลางที่เซลล์รับภาพหนาแน่น
เพื่อลดความต้องการออกซิเจน
และยับยั้งการงอกของหลอดเลือดใหม่
ช่วยลดความเสี่ยงเลือดออกและจอประสาทตาลอก

การฉีดยา Anti-VEGF

เมื่อมีจุดภาพชัดบวมร่วม
หรือจำเป็นต้องยับยั้งหลอดเลือดใหม่
จะฉีดยาเข้าลูกตาโดยตรง
เพื่อลดบวมและรักษาการมองเห็นไว้
(ใช้ Avastin, Eylea, Lucentis เป็นต้น)

การผ่าตัดวุ้นตา (การรักษาด้วยการผ่าตัด)

หากเลือดที่ออกในวุ้นตาไม่ถูกดูดซึมไปเอง
หรือเกิดจอประสาทตาลอกชนิดถูกดึงรั้ง
จะผ่าตัดนำวุ้นตาที่ขุ่นและพังผืด
ออกโดยตรง