ภาพหลักโรคตาภาพหลักโรคตา

ตาเหล่

‘ตาเหล่’ ภาวะที่ดวงตาทั้งสองข้างมองไปที่จุดเดียวกันไม่ได้

ไม่ใช่เพียงนิสัย แต่เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษา

ตาเหล่คือโรคที่แนวการมองของดวงตาทั้งสองข้าง
ชี้ไปคนละทิศทาง
หากปล่อยไว้อาจเกิดความบกพร่องด้านการมองเห็น
เช่น ตาขี้เกียจ หรือการมองภาพสามมิติลดลง
รวมถึงความมั่นใจในรูปลักษณ์ที่ลดลง
การวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องจึงสำคัญ

ตาเหล่

ตาเหล่มีหลายชนิด
ตามทิศทางของตาดำ

  • ตาเหล่เข้าใน

    ตาเหล่เข้าใน

    ภาวะที่ตาดำเบนเข้าด้านใน
    (ไปทางจมูก)

  • ตาเหล่ออกนอก

    ตาเหล่ออกนอก

    ภาวะที่ตาดำเบนออกด้านนอก
    (ไปทางหู)

  • ตาเหล่ขึ้นบน

    ตาเหล่ขึ้นบน

    ภาวะที่ตาดำเบนขึ้นด้านบน

  • ตาเหล่ลงล่าง

    ตาเหล่ลงล่าง

    ภาวะที่ตาดำเบนลงด้านล่าง

ตาเหล่ เกิดขึ้นเพราะอะไร?

ตาเหล่มักไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
และเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน

สาเหตุของตาเหล่
  • ปัจจัยทางกายวิภาค (ปัญหาเชิงโครงสร้าง)

    เมื่อกล้ามเนื้อกลอกตาหรือโครงสร้างกระดูกรอบดวงตา
    มีความผิดปกติ เช่น กระดูกเบ้าตาแตก
    กะโหลกและใบหน้าผิดรูปแต่กำเนิด โรคตาจากไทรอยด์
    ความผิดปกติเชิงโครงสร้างของกล้ามเนื้อตา ฯลฯ

  • ปัจจัยทางระบบประสาท (ปัญหาการควบคุม)

    เมื่อเส้นประสาทสมองที่ควบคุมกล้ามเนื้อตา
    หรือระบบส่งสัญญาณเกิดความผิดปกติ
    เช่น อัมพาตเส้นประสาทสมอง (คู่ที่ 3·4·6) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคระบบประสาทอื่น ๆ

  • ปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

    มากกว่าการถ่ายทอดตาเหล่โดยตรง
    มักเป็นการถ่ายทอดลักษณะที่เสี่ยงต่อการเกิดตาเหล่
    เช่น ประวัติครอบครัว สภาพแวดล้อมการพัฒนาการมองเห็น ลักษณะทางเชื้อชาติ ฯลฯ

ตาเหล่ออกนอกเป็นครั้งคราว

เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดของตาเหล่
และเป็นโรคที่ต้องตรวจอย่างละเอียด

ตาเหล่ออกนอกเป็นครั้งคราวเป็นตาเหล่ออกนอกชนิดหนึ่ง
โดยปกติแนวตาจะดูเป็นปกติ
แต่เมื่อเหนื่อยหรือง่วง เป็นหวัดหรือมีไข้
หรือเหม่อลอย
ตาจะเบนออกด้านนอก ซึ่งเป็นลักษณะเด่น
พบได้บ่อยในเด็กวัยเจริญเติบโต
การตรวจพบและดูแลแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ

ลูกของคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่?
  • 1

    แพ้แสงอย่างมาก
    เมื่ออยู่ในที่สว่าง
    หรือหลับตาข้างหนึ่งบ่อย ๆ

  • 2

    เวลาดูทีวีหรือจดจ่อกับบางสิ่ง
    จะเอียงศีรษะมอง

  • 3

    ขยี้ตา
    หรือกะพริบตาบ่อย ๆ

  • 4

    ตาข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้างสลับกัน
    ดูเบนออกด้านนอก

เป้าหมายการรักษาตาเหล่

  • ตาเหล่ในเด็ก

    ตาเหล่ในเด็ก

    ส่งเสริมพัฒนาการสายตาให้เป็นปกติ
    ป้องกันตาขี้เกียจเพื่อการมองเห็นที่ถูกต้อง

  • ตาเหล่ในผู้ใหญ่

    ตาเหล่ในผู้ใหญ่

    บรรเทาภาพซ้อนและปรับแนวตาให้ดีขึ้น
    แก้ความไม่สบายตาและความไม่สมดุลของรูปลักษณ์

วิธีการรักษาตาเหล่

กระบวนการแก้ไขเป็นขั้นตอนตามสาเหตุและช่วงเวลา

01·02
Solution 1

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด (ฟื้นฟูการทำงานของตา)

ใช้เมื่อตาเหล่ไม่รุนแรง
อยู่ในระยะแรก หรือในเด็กวัยเจริญเติบโต

  • สวมแว่นตาแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ เช่น สายตายาว สายตาสั้น เพื่อให้แนวตาโดยรวมมั่นคง
  • การปิดตาปิดตาข้างที่ดีเพื่อให้ใช้ตาข้างที่อ่อนแอ ป้องกันตาขี้เกียจและส่งเสริมพัฒนาการสายตา
  • การใช้ยาใช้ยาหยอดตาคลายการเพ่ง (เช่น อะโทรพีน) เพื่อส่งเสริมพัฒนาการสายตา
  • การฝึกการมองเห็นฝึกบริหารสายตาควบคู่กันเพื่อพัฒนาการทำงานของตา
Solution 2

การรักษาด้วยการผ่าตัด (แก้ไขแนวตา)

เมื่อไม่ดีขึ้นด้วยการรักษาโดยไม่ผ่าตัด
หรือรุนแรงจนกระทบพัฒนาการสายตา

  • การผ่าตัดปรับสมดุลกล้ามเนื้อตาเพื่อแก้ทิศทางของตาโดยตรง
  • ทำโดยการเลื่อนกล้ามเนื้อถอยไปด้านหลังหรือตัดกล้ามเนื้อบางส่วนออก
  • แผลผ่าตัดขนาดเล็กช่วยลดรอยแผลเป็นและลดอัตราการกลับเป็นซ้ำ
  • ดำเนินการด้วยการดมยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่ตามผู้ป่วยแต่ละราย

คำถามที่พบบ่อย

  • Q. ควรผ่าตัดตาเหล่เมื่อไหร่จึงดีที่สุด?

    จะพิจารณารักษาตาเหล่
    เมื่อรู้สึกไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน
    หรืออาจกระทบต่อพัฒนาการการมองเห็น

    แพทย์จะประเมินมุมตาเหล่ อาการ อายุ และการมองเห็น
    อย่างรอบด้านเพื่อกำหนดช่วงเวลารักษา
    ผู้ใหญ่ก็สามารถผ่าตัดได้

ตาขี้เกียจ

ตาขี้เกียจคือภาวะที่ลูกตาไม่มีความผิดปกติเชิงโครงสร้าง

แต่แม้แก้ไขด้วยแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์
ก็ยังมองเห็นได้ไม่เต็มที่ตามปกติ

เกิดจากความผิดปกติในกระบวนการส่งสัญญาณภาพ
ทำให้การมองเห็นพัฒนาได้ไม่เต็มที่
หลังพ้นวัยเจริญเติบโตที่พัฒนาการสายตาสมบูรณ์แล้ว
ผลการรักษาอาจลดลง
การตรวจพบและรักษาแต่เนิ่น ๆ จึงสำคัญ

ตาขี้เกียจ

สาเหตุของตาขี้เกียจ

ตาขี้เกียจจากตาเหล่

ตาขี้เกียจจากตาเหล่

เมื่อตาเหล่ทำให้ดวงตาทั้งสองมองไปคนละทิศทาง
อาจเกิดการเห็นภาพซ้อนได้
สมองจึงกดการรับภาพจากตาข้างหนึ่งเพื่อเลี่ยงภาพซ้อน
ทำให้พัฒนาการสายตาของตาข้างนั้นลดลงจนเกิดตาขี้เกียจ

ตาขี้เกียจจากสายตาสองข้างต่างกัน

ตาขี้เกียจจากสายตาสองข้างต่างกัน

เกิดเมื่อระดับสายตาของตาสองข้างต่างกันมาก
หรือที่เรียกว่าตาไม่เท่ากัน
สมองใช้แต่ตาข้างที่มองเห็นชัดกว่าเป็นหลัก
ทำให้พัฒนาการของตาข้างที่มองเห็นแย่กว่าลดลง

ตาขี้เกียจจากค่าสายตาผิดปกติ

ตาขี้เกียจจากค่าสายตาผิดปกติ

เกิดเมื่อค่าสายตาผิดปกติ เช่น สายตายาวมาก สายตาสั้น สายตาเอียง
ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม
หากมองเห็นแต่ภาพมัวต่อเนื่องตั้งแต่เด็ก
พัฒนาการสายตาอาจไม่เป็นไปตามปกติ

ตาขี้เกียจจากการไม่ได้ใช้ตา

ตาขี้เกียจจากการไม่ได้ใช้ตา

เป็นตาขี้เกียจที่เกิดเมื่อไม่ได้ใช้ตาข้างหนึ่ง
เป็นเวลานาน เช่น ระหว่างการรักษาโรคตา
หากการใช้ตาถูกจำกัดต่อเนื่องในช่วงพัฒนาการสายตา
อาจนำไปสู่การทำงานของตาที่ลดลง

ตาขี้เกียจจากการขาดสิ่งกระตุ้นการมองเห็น

ตาขี้เกียจจากการขาดสิ่งกระตุ้นการมองเห็น

เกิดจากต้อกระจกแต่กำเนิด หนังตาตก ฯลฯ
ทำให้สิ่งกระตุ้นการมองเห็นในช่วงแรกของชีวิต
ส่งไปได้ไม่เพียงพอ
หากแสงถูกปิดกั้นในช่วงพัฒนาการการมองเห็น
สายตาอาจพัฒนาบกพร่องอย่างถาวร

01 05

การวินิจฉัยตาขี้เกียจ

การวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ ด้วยการตรวจอย่างละเอียดกำหนดสายตาไปตลอดชีวิต

  • การวัดระดับสายตาที่แก้ไขได้ดีที่สุด

    การวัดระดับสายตาที่แก้ไขได้ดีที่สุด

    วัดค่าสายตาเมื่อแก้ไขด้วยแว่นตาได้ดีที่สุด
    เพื่อยืนยันระดับพัฒนาการปัจจุบันอย่างแม่นยำ

  • การตรวจค่าสายตาด้วยยาคลายการเพ่ง

    การตรวจค่าสายตาด้วยยาคลายการเพ่ง

    ยับยั้งการเพ่งโฟกัสของตาชั่วคราว
    เพื่อตัดภาวะสายตาสั้นเทียม
    ออกไป
    และหาค่าสายตาผิดปกติที่แท้จริง

  • การตรวจจอตาและความผิดปกติทางกายภาพ

    การตรวจจอตาและความผิดปกติทางกายภาพ

    ตรวจแยกอย่างละเอียดว่าในลูกตามีสาเหตุ
    ที่ทำให้สายตาแย่ลงหรือไม่
    เช่น ต้อกระจก ความผิดปกติของจอประสาทตา
    โรคเส้นประสาทตา

ความเข้าใจผิดและความจริงเกี่ยวกับตาขี้เกียจ

อาการเพียงอย่างเดียวไม่อาจสรุปได้ว่าเป็นตาขี้เกียจ

ความเข้าใจผิดและความจริงเกี่ยวกับตาขี้เกียจ

อาการตาอักเสบบ่อย
หรือตาล้าง่าย
ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับตาขี้เกียจ

สายตาที่มองไม่ชัดเพราะไม่ได้สวมแว่น
(ภาวะค่าสายตาผิดปกติ)
หากสวมแว่นแล้วมองเห็นได้ 1.0 ขึ้นไป
ก็ไม่ใช่ตาขี้เกียจ

วิธีการรักษาตาขี้เกียจ

01·04
Solution 1

การแก้ไขค่าสายตาผิดปกติ

สวมแว่นตาที่ตรงกับค่าสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง
เพื่อให้ภาพโฟกัสบนจอประสาทตาอย่างแม่นยำ

Solution 2

การรักษาด้วยการปิดตา

ปิดตาข้างที่มองเห็นดีด้วยที่ปิดตา (แผ่นแปะ)
เพื่อบังคับให้ใช้ตาข้างที่เป็นตาขี้เกียจ
อย่างเต็มที่
และกระตุ้นพัฒนาการสายตา

Solution 3

การรักษาด้วยยา

หยอดยาคลายการเพ่ง (อะโทรพีน)
ในตาข้างที่มองเห็นดี
เพื่อทำให้มัวชั่วคราว
และกระตุ้นให้ใช้ตาข้างที่เป็นตาขี้เกียจ

Solution 4

การรักษาด้วยเลนส์พิเศษ

ใช้เลนส์พิเศษ
ปรับค่าสายตาของตาข้างที่ดีให้มัวลง
เพื่อสมดุลการใช้ตาทั้งสองข้าง